มอลต์ วัตถุดิบสำคัญในการทำเบียร์

มอลต์ เป็นเสมือนวัตถุดิบสำคัญอย่างหนึ่งในการทำเบียร์ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของรสชาติแห่งความลึกลับและซับซ้อนในเบียร์เลยก็ว่าได้ เป็นพื้นฐานของความหวานละมุนและกลิ่นอันชวนฝันที่คุณแสวงหา มอลต์เป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก เมื่อเทียบกับวัตถุดิบในการทำเบียร์อื่น ๆ อย่าง ฮอป และมอลต์เองก็เป็นหนึ่งในสี่วัตถุดิบพื้นฐานในการทำเบียร์ได้แก่ น้ำ ยีสต์ ฮอป และมอลต์นั่นเอง แท้จริงแล้ววัตถุดิบชนิดนี้มีความสำคัญต่อเบียร์อย่างมาก หากที่เป็นวงดนตรีก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับเบส กลองหรือ กีตาร์เลยทีเดียว

เบียร์ทุกชนิดจะมีการใส่มอลต์ลงไป ดังนั้นหากเราเป็นผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการดื่มเบียร์แล้ว จำเป็นที่จะต้องรู้จักวัตถุดิบชนิดนี้บ้าง ความสำคัญของมอลต์ต่อเครื่องดื่มของเราเป็นอย่างไร เป็นส่วนเสริมตรงไหนให้กับเบียร์ของเรา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ทั้งสิ้น เพื่อให้การดื่มเบียร์ของเราไม่ใช่แค่ดื่มเฉย ๆ แต่เป็นการซึมซับรสชาติที่แท้จริงของเบียร์นั้น 

มอลต์คืออะไร และกระบวนการทํามอลต์เป็นอย่างไร

หากจะกล่าวแบบง่าย ๆ มอลต์ก็คือการนำธัญพืชชนิดต่าง ๆ มาแช่ในน้ำ ปล่อยให้งอกและผึ่งให้แห้ง กระบวนการนี้จะเป็นกระบวนการในการแปลงคาร์โบไฮเดรตในเมล็ดพืชให้กลายเป็นน้ำตาล ซึ่งจะกลายไปเป็นอาหารของยีสต์ในขั้นต่อไป เมื่อยีสต์กินเข้าไปแล้วน้ำตาลนี้จะกลายเป็นแอลกอฮอล์และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

กระบวนการคั่วมอลต์

ยิ่งนำธัญพืชเหล่านี้ไปคั่วหรือไปผ่านความร้อนนานเท่าไหร่ มอลต์ที่ได้ก็จะมีความเข้มข้นเท่านั้น แม้แต่ในเรื่องของกรรมวิธีการคั่วที่แตกต่างกันก็จะให้รสชาติของเครื่องดื่มแตกต่างกันด้วย อย่างมอลต์บางประเภทจะมีการคั่วที่ไม่ได้เข้มข้นมากนัก สีของมอลต์และรสชาติของเบียร์ที่ได้ก็จะมีความบางเบากว่า แต่ในบางตัวเราจะเห็นเบียร์ที่มีสีค่อนข้างเข้มและมีรสชาติของคาราเมลที่ล้ำลึก นั่นเกิดจากการควบคุมในเวลาที่ยาวนานกว่า กรรมวิธีการคั่วที่แตกต่างกันก็มีผลเช่นกัน เช่น มอลต์บางชนิดจะนำไปคั่วในเตาเผา บางชนิดจะคั่วในถัง (คล้ายกับการคั่วกาแฟ) ซึ่งสีที่ได้จะมีสีเข้มและรสชาติที่จัดจ้านกว่า

ข้าวบาร์เลย์ มอลต์ยอดนิยมในการทำเบียร์

ข้าวบาร์เลย์นับว่าเป็นมอลต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการทำเบียร์ ทั้งนี้มีเหตุผลอยู่ด้วยกัน 2 ข้อหลัก ๆ ข้อแรกคือ ข้าวบาร์เลย์เป็นธัญพืชที่หยิบมาใช้งานได้อย่างง่ายได้ และสามารถนำมาใช้ได้ในแทบทุกขั้นตอนการผลิตเบียร์ ข้อที่ 2 คือ มอลต์จากข้าวบาร์เลย์นั้นมีรสชาติที่อร่อยในตัวอยู่แล้ว โดยปกติจะทำให้เบียร์มีรสชาติออกหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งเป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่ก็ไม่เสมอไปที่เบียร์ทุกตัวจะใช้มอลต์เป็นข้าวบาร์เลย์ เบียร์บางตัวอย่างวีทเบียร์ก็ไม่ได้ใช้ข้าวบาร์เลย์ แต่กลับใช้ข้าวสาลีในการทำ (อาจจะมีข้าวบาร์เลย์ปนอยู่บ้างในกระบวนการผลิต) ตรงนี้ก็แล้วแต่สูตรของแต่ละที่ อีกทั้งยังมีการหยิบธัญพืชชนิดอื่น ๆ มาทำเป็นมอลต์ อย่างข้าวโอ๊ต บางครั้งก็ใช้ข้าวโอ๊ตที่ยังไม่ผ่านกระบวนการบดในการทำ อาจจะใช้ในเบียร์สเตาท์หรือพอร์เตอร์ เพื่อให้เนื้อเบียร์มีเนื้อสัมผัสที่เรียบเนียน

บางครั้งมีการใช้ข้าวไรย์ในการทำมอลต์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความซับซ้อนและรสชาติที่ลึกล้ำให้กับเบียร์ตัวนั้น โดยปกติแล้วข้าวไรย์เมื่อใส่ลงในเบียร์แล้วจะทำให้มีรสชาติที่น่าสนใจและแปลกใหม่ มีความคล้ายกับขนมปัง แต่ถึงอย่างนั้นการนำข้าวไรย์มาใช้ในกระบวนการทําเบียร์ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงเลือกที่จะใช้ข้าวไรย์ในการผลิตเบียร์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

จะว่าไปแล้วในกระบวนการผลิตเบียร์ก็มีการใช้ข้าวและน้ำตาลที่หลากหลายแล้วแต่ภูมิภาคทั่วโลกจะมี บางสูตรไม่ได้ใช้ข้าวในการผลิตเสียด้วยซ้ำ แต่อาจเป็นการใช้ข้าวโพดหรือแป้งข้าวโพดแทน ซึ่งก็จะให้รสชาติและเนื้อสัมผัสของเบียร์ที่แตกต่างกันออกไป 

มอลต์ในกระบวนการทำเบียร์

กระบวนการทําเบียร์นั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลายขั้นตอน อธิบายง่ายที่สุดก็คือ มอลต์จะเป็นส่วนผสมที่ 2 ในการผลิต ขั้นแรกจะเป็นการใช้น้ำเพื่อนำไปต้มกับมอลต์ รสชาติที่ได้จะมีความหวาน แล้วให้ยีสต์กินน้ำตาลที่อยู่ในน้ำนี้เป็นอาหาร เราเรียกน้ำตรงนี้ว่า “น้ำเวิร์ธ” เมื่อยีสต์กินเข้าไปแล้วจะมีการคายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้น้ำของเราเกิดฟองนั่นเอง

ไม่จำเป็นเสมอไปที่ยีสต์จะต้องกินน้ำตาลในน้ำจนหมด บางครั้งอาจเหลือน้ำตาลไว้เล็กน้อยจนเสร็จสิ้นกระบวนการหมัก เบียร์ที่มีน้ำตาลอยู่เล็กน้อยนี้จะมีรถที่มีความหวานและมีความหนักแน่นกว่า ในขณะเดียวกันเบียร์ที่ยึดกินน้ำตาลจนหมด (หรือเกือบหมด) จะมีความแห้งและเนื้อที่บางเบากว่า

ตัวอย่างของ มอลต์ และ เบียร์ประเภทต่าง ๆ

ความแตกต่างของมอลต์แต่ละตัวนั้นขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก ๆ ปัจจัยแรกคือเรื่องของความหลากหลายของข้าวหรือธัญพืชชนิดต่าง ๆ อีกปัจจัยคือระยะเวลาในการคั่วหรือการให้ความร้อน ทางผู้ผลิตจะมีการผสมมอลต์ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้เบียร์ของตนเองมีรสชาติที่เฉพาะตัวและมีความหลากหลาย บางตัวก็มีสีที่ค่อนข้างซีดออกเหลืองจาง บางตัวก็มีสีที่ค่อนข้างเข้มจนเกือบดำ และนี่คือตัวอย่างของมอลต์ที่เราอาจเคยพบเคยเห็นในเบียร์ชนิดต่าง ๆ ที่เราเคยกิน

Pilsner Malt

นอกเหนือจากมอลต์ตัวนี้จะเป็นมอลต์ที่ใช้ในการทำเบียร์พิลสเนอร์ตามชื่อแล้ว มอลต์ตัวนี้ยังเป็นส่วนผสมหลักในการทำเบียร์เพลลาเกอร์หลายตัว ด้วยสีของเบียร์ที่ค่อนข้างออกเป็นสีบลอนด์ รสชาติที่มีความละเอียดอ่อน และความรู้สึกเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมให้มีฟองเบียร์ที่สวยงามอีกด้วย

Pale Malt

มอลต์สไตล์อังกฤษที่ทำจากข้าวบาร์เลย์ที่เก็บเกี่ยวในช่วงฤดูหนาว ทำให้มีรสชาติที่ออกหอมหวานและเข้มข้น แต่ยังคงรสชาติของความคลีนอยู่ มอลต์ตัวนี้เป็นรากฐานของเพลเอลล์หลายตัว

Golden Promise

เป็นมอลต์ที่มีรสชาติเต็ม เบียร์ที่ได้จะมีสีซีด แต่ถึงอย่างนั้นก็มีความแข็งแรง เพื่อที่จะไปควบคู่กับความหนักแน่นของฮอปในเบียร์ IPA มอลต์ตัวนี้เองยังใช้ในเบียร์สก๊อตหลายตัวอีกด้วย

Maris Otter

เป็นมอลต์ที่ทำมาจากข้าวบาร์เลย์พันธุ์ที่ใช้สำหรับทำเบียร์โดยเฉพาะ มอลต์ตัวนี้จะทำให้เบียร์ของเรามีสีส้ม รสชาติและกลิ่นออกไปทางถั่ว มีความเข้มข้นเหมือนกับบิสกิต พบได้ในเบียร์หลายชนิด ตั้งแต่เพลเอลล์ไปจนถึง IPA ยังมีการใช้มอลต์ชนิดนี้ในเบียร์สเตาท์บางตัวอีกด้วย

Munich และ Vienna Malt

มอลต์เหล้านี้ทำมาจากข้าวบาร์เลย์ในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้เบียร์มีรสชาติที่ออกหวานเหมือนขนมปัง น้ำผึ้ง หรือคาราเมล ส่วนใหญ่ใช้ในเบียร์เอลล์ แต่ก็มีลาเกอร์บางตัวที่ใช้มอลต์ตัวนี้ อย่าง Vienna lager และ Bavarian-style lager

Pale Ale Malt

เป็นมอลต์ที่มีความเข้มข้นทั้งเรื่องของกลิ่นและรสชาติมากกว่าตัว Pale Malt นอกจากนี้มอลต์ตัวนี้ยังใช้ได้ในเบียร์เพลเอลล์ แอมเบอร์แอลล์ และเบียร์พอร์เตอร์อีกด้วย

Crystal และ Caramel Malt

มอลต์ชนิดนี้ผ่านกระบวนการคั่วที่อุณหภูมิสูง เพื่อให้รสชาติมีความหวาน มีรสคาราเมลและมีสีน้ำตาลสวยงาม ส่วนใหญ่จะใช้ในเอลล์สไตล์อังกฤษและเบลเยียม

Amber, Chocolate และ Brown Malt

แต่ละชนิดที่กล่าวมานี้จะมีความเข้มข้นและความหวานที่ค่อนข้างสูง ทั้ง 3 ชนิดนี้จะใช้ในการผลิตเบียร์เอลล์ที่มีสีเข้มและมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะเบียร์สไตล์อังกฤษ ส่วนใหญ่ที่เรากินกันและจะคุ้นกันมากที่สุดก็จะเป็นเบียร์ที่ทำมาจาก Chocolate Malt

Black Malt (หรือ Black Patent Malt

มอลต์ชนิดนี้จะใช้ข้าวบาร์เลย์ไปคั่วในอุณหภูมิที่ร้อนจัด เพื่อให้มีกลิ่นเหมือนกับกาแฟ การคั่วเป็นเวลานานนั้นเพื่อทำการขจัดน้ำตาลโดยธรรมชาติของข้าวบาร์เลย์ออกทั้งหมด ดังนั้นมอลต์ที่ได้จะมีสีน้ำตาลเข้มและกลิ่นหอมที่เข้มข้น ซึ่งมอลต์ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของเบียร์สเตาท์และพอร์เตอร์

หากเรารู้เรื่องราวของมอลต์บ้างแล้ว มันจะทำให้เราเข้าใจเบียร์ชนิดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ความแตกต่างของเบียร์แต่ละตัว รสชาติที่แตกต่างกันของวัตถุดิบที่แตกต่างกันนี่เอง จะทำให้เรากินเบียร์ได้อร่อยมากขึ้นอย่างแน่นอน 

เครดิตภาพ

https://www.brewersassociation.org/

https://www.freepik.com

https://www.malteurop.com/

บทความที่อาจสนใจ ถังบ่ม กับความสำคัญใน กระบวนการผลิตเหล้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

สีของเบียร์ กำลังบอกอะไรกับเรา

สีของเบียร์ นั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายสี มีตั้งแต่สีทองอ่อนสวยงามไปจนถึงสีดำสนิท และสีของเบียร์เหล่านี้สามารถบ่งบอกถึงรสชาติและคาแรกเตอร์ของเบียร์นั้นได้ แต่สีต่าง ๆ ของเบียร์ที่มีตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้มสามารถที่จะบอกอะไรกับเราได้อีก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักสีของเบียร์ต่าง ๆ สีของเบียร์ กับมอลต์ที่ใช้ มอลต์เป็นส่วนผสมหลักอย่างหนึ่งของเบียร์ สีของเบียร์ที่ปรากฏจะสามารถบอกถึงมอลต์ที่ใช้ได้ มอลต์ 2

ไวน์ทำอาหาร การใช้ไวน์ประเภทต่าง ๆ ประกอบอาหาร

ไวน์ทำอาหาร มีดีไม่ใช้แค่วงเหล้าเท่านั้น นอกจากไวน์จะเป็นเครื่องดื่มที่เราดื่มกันในการสังสรรค์ เข้าสังคม จรรโลงตนเอง หรือดื่มคู่กับมื้ออาหารแล้ว อีกหนึ่งประโยชน์ของไวน์ก็คือ การใช้ในการทำอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวาน ถึงแม้ว่าเมนูบ้านเราจะไม่มีไวน์มากนัก แต่เมนูฝรั่งนั้นไวน์เป็นวัตถุดิบสำคัญมากเลยทีเดียว อันที่จริงลองดัดแปลงใส่ไวน์ในเมนูอาหารของเราบ้างก็ดูน่าสนใจดี ไวน์ทำให้อาหารหลายอย่างดูมีมิติ และมีรสชาติที่ซับซ้อนหาตัวจับยากมากขึ้น รสชาติอาหารของเราจะดูแพงขึ้นมากเลยทีเดียว

วิธีการดื่มวิสกี้ ให้ซึมซับรสได้ดีที่สุด

วิธีการดื่มวิสกี้ มีอะไรที่ควรรู้ วิสกี้ดี ๆ สักแก้วเหมาะกับวันที่ดีเป็นอย่างมาก หลายคนมีวิธีการดื่มวิสกี้ที่แตกต่างกันออกไป แต่ไหน ๆ แล้ว การได้ดื่มวิสกี้ดี ๆ แล้วได้ซึมซับรสชาติของวิสกี้ตัวนั้น ดึงศักยภาพของเหล้าออกมาได้สูงที่สุดย่อมเป็นความสุขอย่างแท้จริง วันนี้จะมาแนะวิธีดื่มวิสกี้แบบเดิม ๆ

มอลต์ วัตถุดิบสำคัญในการทำเบียร์

มอลต์ เป็นเสมือนวัตถุดิบสำคัญอย่างหนึ่งในการทำเบียร์ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของรสชาติแห่งความลึกลับและซับซ้อนในเบียร์เลยก็ว่าได้ เป็นพื้นฐานของความหวานละมุนและกลิ่นอันชวนฝันที่คุณแสวงหา มอลต์เป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก เมื่อเทียบกับวัตถุดิบในการทำเบียร์อื่น ๆ อย่าง ฮอป และมอลต์เองก็เป็นหนึ่งในสี่วัตถุดิบพื้นฐานในการทำเบียร์ได้แก่ น้ำ ยีสต์ ฮอป และมอลต์นั่นเอง แท้จริงแล้ววัตถุดิบชนิดนี้มีความสำคัญต่อเบียร์อย่างมาก หากที่เป็นวงดนตรีก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับเบส