สุราศาสตร์101: ประเภทของเหล้าชนิดต่าง ๆ

สุรา 5

สุรา มีความลึกซึ้งยิ่งกว่าที่คุณคาดเดา เราดื่มเหล้ากันเพื่อการสังสรรค์และการเข้าสังคม แต่เรารู้หรือไม่ว่าเหล้าแต่ชนิดนั้นมายังไง และมีความแตกต่างกันยังไง การที่เราทำความรู้จักเหล้าชนิดต่าง ๆ นั้นเป็นพื้นฐานที่ดีในการดื่มและการนำเหล้าแต่ละชนิดมาผสมเป็นค็อกเทลหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ มันจะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่างและวิธีการดื่มเหล้าแต่ละชนิด 

เหล้ายังเป็นวัตถุดิบที่เป็นฐานของค็อกเทลนับไม่ถ้วน นี่คือส่วนเสริมรสชาติที่จำเป็นสำหรับเครื่องดื่มผสมเกือบทุกชนิด เครื่องดื่มแต่ละชนิดก็จะมีการผสมเหล้าแตกต่างกันออกไป เพื่อทำให้เครื่องดื่มชนิดนั้นมีรสชาติที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วันนี้ผมจะมานำเสนอเหล้าประเภทต่าง ๆ กับเครื่องดื่มที่นิยมนำเหล้าชนิดนั้นมาใช้งาน แต่ก่อนอื่นเราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจความหมายของคำว่า ”สุรา” หรือ “เหล้า” หรือ “Liquor” เสียก่อน

“เหล้า” คืออะไร?

เราคือเครื่องดื่มที่มีกรรมวิธีในการทำแตกต่างกันออกไป แต่วิธีการส่วนใหญ่คือการหมักส่วนผสมต่าง ๆ แล้วนำไปผ่านกระบวนการกลั่นอีกที กรรมวิธีในการหมักนั้นจะทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในวัตถุดิบให้เป็นแอลกอฮอล์ จากนั้นจึงนำไปกลั่นเพื่อขจัดน้ำส่วนเกินทิ้ง และสิ่งที่ได้จะเป็นแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์สูงขึ้น บางครั้งก็จะนำไปบ่มในถังไม้เพื่อทำให้เกิดสีและรสชาติที่ต้องการ

กรรมวิธีในการกลั่นเหล้านั้นจะเป็นการดึงน้ำตาลในเหล้านั้นออกให้เหลือน้อยที่สุด (บางครั้งจะดึงน้ำตาลออกจนหมดจนไม่เหลือเลย) นั่นทำให้เหล้าบางชนิดมีแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างสูงถึงสูงมาก ซึ่งข้างขวดเหล้าก็จะมีฉลากบอกปริมาณของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มแต่ละชนิด เรียกว่า alcohol by volume (ABV) หรือดีกรีของเครื่องดื่มขวดนั้นนั่นเอง

ประเภทของ สุรา

โดยปกติแล้วเรามักเรียกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านกระบวนการกลั่นด้วยหลายชื่อไม่ว่าจะเป็น liquor, hard liquor, spirits หรือ hard alcohol โดยทั่วไปจะแบ่งได้ 6 ประเภท เหล้าแต่ละชนิดก็จะใช้วัตถุดิบในการทำแตกต่างกันออกไป บ้างก็ทำจากผลไม้ บางก็ทำมาจากธัญพืชต่าง ๆ แต่ประเภทของเหล้าทั้ง 6 ประเภทนี้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างกันออกไป ซึ่งเหล้าแต่ละตัวก็จะนำไปผสมกับเครื่องดื่มหรือค็อกเทลแต่ละชนิดแตกต่างกัน จะทำให้ได้รสชาติและกลิ่นของเครื่องดื่มชนิดนั้นแตกต่างกันด้วย 

วิสกี้

สุรา 1

วิสกี้เป็นหนึ่งในประเภทของเหล้าที่มีความซับซ้อนมาก นั่นทำให้วิสกี้มีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น สก๊อตช์ บูร์บงหรือเบอร์เบิ้น และวิสกี้ เหล้าทุกชนิดทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในกลุ่มของวิสกี้ทั้งสิ้น วิสกี้แต่ละชนิดอาจได้ชื่อมาจากสถานที่ผลิตแตกต่างกัน อย่างสก๊อตช์และวิสกี้เป็นเหล้าวิสกี้ที่ผลิตในประเทศสกอตแลนด์ ในขณะที่เหล้าเบอร์เบิ้นนั้นถูกผลิตในสหรัฐอเมริกา 

ส่วนผสมของวิสกี้แต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป อย่างเหล้าเบอร์เบิ้นนั้นจะมีความละเอียดอ่อนในวัตถุดิบ ซึ่งจะมีการใช้ข้าวโพดเป็นฐาน บวกกับธัญพืชต่าง ๆ ผ่านกรรมวิธีการหมักและการกลั่นอย่างพิถีพิถัน และจะไม่มีการเพิ่มสารเติมแต่งอื่น ๆ อย่างน้ำตาลเข้าไปเพิ่ม แอลกอฮอล์ที่ได้จะมีดีกรีอยู่ที่ 60%  และจำเป็นอย่างยิ่งที่เหล้าเบอร์เบิ้นจะต้องบ่มในถังไม้โอ๊คที่มีการเผาไฟ เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

วิสกี้แต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างกันออกไปในกระบวนการผลิตและวัตถุดิบ ใครจะชอบหรือไม่ชอบตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแบบเพียว ๆ หรือการนำไปผสมในค็อกเทลต่าง ๆ และนี่คือตัวอย่างของค็อกเทลต่าง ๆ  ที่มีความคลาสสิกและใช้วิสกี้ในการผสม

Whiskey sour

เครื่องดื่มชนิดนี้นับว่าเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำเลมอน ผสมกับไซรัปและวิสกี้ รสชาติจะมีความเปรี้ยวเล็กน้อย อัตราส่วนที่คุณอยากได้ก็ตามแต่รสนิยมของแต่ละบุคคลเลย

Old-fashioned

นี่ก็เป็นเครื่องดื่มค็อกเทลคลาสสิกอีกตัวหนึ่ง ผสมเครื่องเทศ ผลไม้ หรือเมล็ดพืชกับน้ำตาล แล้วใช้เหล้าเบอร์เบิ้นหรือไรย์วิสกี้ ตามด้วยการใส่โซดาหรือเปลือกส้มสำหรับตกแต่ง

Irish coffee

เริ่มด้วยการใช้ไอริชวิสกี้ผสมกับกาแฟ อาจจะใส่น้ำตาล ครีม และวิปครีมเพื่อช่วยเสริมเครื่องดื่มชนิดนี้ให้อร่อยขึ้น ใช้น้ำตาลทรายแดงเพื่อให้มีรสชาติค่อนข้างหวาน ใส่ครีมไปเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่ชัดเจน

ไม่ว่าจะสูตรใดก็ตาม คุณสามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วน หรืออาจจะเปลี่ยนชนิดของวิสกี้ในการทำเครื่องดื่ม เพื่อให้เกิดความหลากหลายและรสชาติที่เป็นตัวของคุณเอง อาจจะใช้เหล้าเบอร์เบิ้นหรือไรย์วิสกี้แทนเหล้าสก๊อตช์ ถึงแม้ว่าวิสกี้จะมีอยู่หลายตัว แต่ส่วนใหญ่แล้วปริมาณแอลกอฮอล์ของวิสกี้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์

บรั่นดี

สุรา 2

เช่นเดียวกับวิสกี้ บรั่นดีก็เป็นเครื่องดื่มที่มีอยู่มากมายหลายชนิด อย่างเช่น คอนญัก บรั่นดีจะใช้ผลไม้ในการหมักแทนเมล็ดพืช โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ผลไม้เช่น องุ่น แอปริคอต เชอรี่ แอปเปิ้ล หรือลูกพีช และเนื่องจากบรั่นดีนั้นมีส่วนผสมเป็นผลไม้ ทำให้จึงมีความคล้ายกับไวน์ เครื่องดื่มชนิดนี้ส่วนใหญ่จะบ่มในถังไม้ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ถังไม้โอ๊ค นั่นทำให้มีรสชาติที่ค่อนข้างร้อน แต่ถึงจะมีลักษณะที่คล้ายกับไวน์ แต่บรั่นดีนั้นมีปริมาณของแอลกอฮอล์สูงกว่า ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 35-60 เปอร์เซ็นต์

บรั่นดีโดยธรรมชาตินั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีความซับซ้อน ทั้งเรื่องของรสชาติและเรื่องของกลิ่น ดังนั้นจึงมักใช้ผสมในเครื่องดื่มที่มีความจำกัด เครื่องดื่มยอดนิยมที่ใช้บรั่นดีได้แก่ 

Metropolitan

ผสมบรั่นดีกับเวอร์มุตที่มีความหวาน และเติมไซรัปลงไปเพิ่ม เครื่องดื่มชนิดนี้เกิดจากการผสมที่ค่อนข้างเรียบง่าย และมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีหากเสิร์ฟในปริมาณน้อย

French 75

เครื่องดื่มชนิดนี้บางครั้งก็จะใช้เหล้าจินแทนคอนญัก บวกกับน้ำเชื่อม น้ำมะนาว และแชมเปญ ทำการเขย่าคอนญัก ไซรัป เทลงบนน้ำแข็งแล้วเทแชมเปญตามลงไป

Sidecar

ผสมคอนญัก เหล้าส้ม และน้ำมะนาวลงไป ก็จะได้ค็อกเทลสุดคลาสสิกตัวนี้ หรืออาจจะใช้บรั่นดีตัวอื่นเพื่อความแปลกใหม่และรสชาติที่คุณชื่นชอบ

บรั่นดีนั้นเป็นเครื่องดื่มที่แต่ละประเทศจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป แต่เฉพาะบรั่นดีที่ทำออกมาจากคอนญักในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้นที่จะสามารถใช้ชื่อนี้ได้ เหมือนกับแชมเปญที่ต้องผลิตในแคว้นแชมเปญเท่านั้น หรือพาร์ม่าแฮมที่ต้องผลิตในเมืองพาร์ม่า แต่ไม่ว่าจะใช้บรั่นดีตัวไหนในการผสมเครื่องดื่ม ก็จะมีความคลาสสิกและซับซ้อนในรสชาติของบรั่นดีอยู่แล้ว

วอดก้า 

สุรา 6

วอดก้าจะมีความแตกต่างจากบรั่นดี เนื่องจากไม่มีความฝาด และมีสีที่ขาวใสชัดเจน วอดก้านั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 40-50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรสชาติที่เป็นกลางและความใสของวอดก้า ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้สามารถที่จะเป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มอื่น ๆ แทบทุกชนิด การผสมวอดก้ากับเครื่องดื่มอื่นมีตั้งแต่สูตรที่แสนง่ายได้ ไปจนถึงสูตรที่ค่อนข้างซับซ้อน เครื่องดื่มชนิดนี้มีการทำออกมาด้วยกันหลายรสชาติ แต่หากจะนำไปผสมเป็นเครื่องดื่มชนิดอื่นจำเป็นที่จะต้องใช้วอดก้ารสดั้งเดิม

Vodka martini

อีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยม เป็นการผสมวอดก้ากับเวอร์มุต ควบคู่ไปกับเครื่องเทศบางอย่าง กินคู่กับมะกอกหรืออาจบีบมะนาวเพิ่มลงไปเล็กน้อย

Bloody Mary

เป็นการนำน้ำมะเขือเทศและวอดก้า ผสมกับวูสเตอร์ซอส ตกแต่งด้วยซาลารี่ เครื่องดื่มชนิดนี้บางคนอาจทำให้รสชาติซับซ้อนเพิ่มขึ้นโดยการเพิ่มวัตถุดิบอื่น ๆ ลงไป

Moscow mule

เครื่องดื่มชนิดนี้จะเป็นการใช้เบียร์ขิงผสมกับน้ำมะนาว วอดก้า และทำการตกแต่งด้วยมะนาวฝานเป็นแว่น วิธีการเสิร์ฟเครื่องดื่มชนิดนี้จะนิยมเสิร์ฟกันในแก้วมัคที่ทำมาจากทองแดง

ถึงแม้ว่าโดยปกติจะใช้วอดก้ารสดั้งเดิมในการผสมเครื่องดื่ม แต่คุณสามารถเพิ่มมิติให้กับเครื่องดื่มโดยการใช้วอดก้ารสชาติต่าง ๆ เนื่องจากแล้ววอดก้านั้นเป็นเหล้าที่มีรสชาติกลาง จึงเป็นเหล้าที่คุณควรมีไว้ติดบ้านเลยทีเดียว

รัม

รัม

ก็เหมือนกับเหล้าชนิดอื่น ๆ เหล้ารัมก็เป็นเหล้าอีกหนึ่งชนิดที่มีความหลากหลาย และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปมากมาย อย่างเช่น Light Rum, Dark Rum หรือ Gold Rum ซึ่งชื่อเรียกแต่ละชื่อก็ขึ้นอยู่กับวัตถุ รสชาติ และกระบวนการในการผลิตทั้งสิ้น เหล้ารัมสีเข้มที่ทำการบ่มนานในถังไม้โอ๊ค โดยปกติจะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ บางตัวอาจมีแอลกอฮอล์สูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ เหล้ารัมนั้นยังเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผสมเครื่องดื่มค็อกเทลหลายชนิด ได้แก่

Mojito

ผสมมิ้นต์กับน้ำตาล มะนาว เหล้ารัม และโซดาเพื่อเพิ่มความสดชื่น บางสูตรจะใช้น้ำตาลผง

Piña colada

เครื่องดื่มชนิดนี้เหมาะที่จะดื่มในวันที่อากาศร้อน ผสมน้ำสับปะรด ครีม น้ำมะพร้าว และเหล้ารัม จากนั้นใส่น้ำแข็ง แล้วคุณจะได้พบกับความสดชื่น 

Dark and stormy

ทำการผสม Drak Rum และเบียร์ขิง เพิ่มผลไม้หรือเครื่องเทศที่มีรสขม โรยหน้าด้วยมะนาวฝานเป็นแว่น

เหล้ารัมนั้นเรียกได้ว่าเป็นเหล้านานาชาติ ทั่วโลกมีการกลั่นเหล้าชนิดนี้ แม้ว่าจะมีต้นกำเนิดมาจากทะเลแคริบเบียน พื้นที่ส่วนใหญ่ที่กลั่นเหล้าชนิดนี้จะเป็นประเทศในเขตร้อน แต่ละที่ก็จะมีวัตถุดิบและเอกลักษณ์ของเหล้ารัมที่แตกต่างกันออกไป

จิน

จิน

จินเป็นเหล้าที่มีธัญพืชเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี และข้าวโพด เหล้าชนิดนี้ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ดังนั้นจึงมีความใสเหมือนกับวอดก้า กลิ่นมีความคล้ายสมุนไพรและกลิ่นของต้นสน ซึ่งได้มาจากกลิ่นของจูนิเปอร์

จินมีรสชาติที่ค่อนข้างแห้ง ไม่มีความหวาน ดังนั้นเครื่องดื่มค็อกเทลที่ใช้จินเป็นองค์ประกอบจะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่หวาน เช่น

Gin martini

เขย่าจินและเวอร์มุต เพิ่มเครื่องเทศที่มีรสขม กินคู่กับมะนาวหรือมะกอก ซึ่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มสุดคลาสสิก

Gin and Tonic

เป็นเครื่องดื่มที่แสนง่ายดาย โดยการผสม tonic water จิน และมะนาว

Tom Collins

ผสมจิน น้ำเลมอน และไซรัป เพิ่มโซดาอีกสักนิดเพื่อความสดชื่น ท็อปด้วยมะนาวหรือส้มฝาน

ค็อกเทลที่ผสมมาจากเหล้าจินมักจะไม่มีส่วนผสมอื่นมากนัก เนื่องจากเหล้าชนิดนี้เป็นเหล้าที่มีรสชาติมากกว่าเหล้าประเภทอื่นอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีรสชาติและกลิ่นของสมุนไพร แต่ผู้คนก็ไม่นิยมจะกินเหล้านี้กันเพียว ๆ แอลกอฮอล์ของเหล้าชนิดนี้อยู่ที่ประมาณ 35-40 เปอร์เซ็นต์

เตกีล่า

เตกีล่า

เป็นเหล้าอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ได้มีวัตถุดิบหลักเป็นธัญพืช เหล้าชนิดนี้นั้นมีวัตถุดิบเป็นพืชที่มีชื่อว่า “อากาเว” และก็เช่นเดียวกับเหล้าชนิดอื่น ๆ เตกีล่าทำมาจากหลายวัตถุดิบและหลายภูมิภาค ทำให้มีชื่อเรียกต่างกันมากมาย แล้วรสชาติต่างกันอีกด้วย เช่น 

Silver tequila หรือ Blanco

เหล้าที่ใช้เวลาบ่มไม่นาน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ในถังเหล็กหรือขวดแก้ว เนื่องจากภาชนะในการบ่มทำให้สีไม่ค่อยเข้มมากนัก

Gold tequila หรือ Joven หรือ Oro

จะมีการเพิ่มน้ำตาลและคาราเมลลงไปในเตกีล่า เพื่อให้ได้เตกิล่าสีเหลืองทอง

Reposado tequila

หมายถึง “แก่” เป็นเตกิล่าที่ใช้เวลาการบ่มถึง 12 เดือน

Añejo tequila

เป็นการนำ Reposado มาบ่มให้นานขึ้น เป็นเวลามากกว่า 1 ปี มีสีเข้มและรสชาตินุ่มนวล หากทำการบ่มนานขึ้นไปอีก เป็นเวลา 3 ปีขึ้นไป จะเรียกว่า “Extra Añejo”

ยิ่งเตกีล่ามีอายุนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีราคาที่สูงมากขึ้น ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่คนจะนิยมกินกันแบบเพียว ๆ แต่ก็มีเครื่องดื่มบางชนิดที่ผสมเตกีล่าลงไป เช่น

Margarita

เครื่องดื่มค็อกเทลสุดคลาสสิก ที่จะทำการเขย่าเตกีล่า น้ำมะนาว และน้ำผลไม้รสชาติต่าง ๆ ลงไป เพื่อสร้างความหลากหลายให้มาการิต้า

Paloma

ทำการผสมเตกีล่า เกรปฟรุต โซดา และน้ำมะนาว ใช้ Blanco หรือ Reposado 

Tequini

สูตรเหมือนกับการทำมาร์ตินี่ แต่จะเปลี่ยนเป็นเตกิล่า จากนั้นใส่เวอร์มุต โรยหน้าด้วยมะกอกหรือมะนาวฝานเป็นแว่น

ต่างจากเหล้าหลายชนิดที่มีการผลิตกันทั่วโลก เตกิล่านั้นจะต้องเป็นเหล้าที่ผลิตเฉพาะในเม็กซิโกเท่านั้น และจะมีป้ายกำกับว่า “Tequila” อย่างชัดเจน เหล้าชนิดนี้มีแอลกอฮอล์เฉลี่ยอยู่ที่ 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่อนข้างมีความเข้มข้นเลยทีเดียว 

เครดิตภาพ

https://bestlifeonline.com/

https://www.liquor.com/

บทความที่อาจสนใจ 5 ร้านเหล้านั่งชิว หลังโควิด ถึงเวลาดื่มชดเชย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

แชมเปญคืออะไร อะไรคือแชมเปญ

แชมเปญ มันคืออะไรหนอ หากกล่าวถึงเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในงานปาร์ตี้ หลายคนมักจะนึกถึงไวน์ และ แชมเปญ หลายคนรู้จักไวน์กันอยู่แล้ว แต่หลายคนยังไม่รู้จักแชมเปญ มันเป็นยังไง เหมือนไวน์ขาว หรือสปาร์คกลิ้งไวน์หรือเปล่า วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของประวัติความเป็นมา ประเภทต่าง ๆ รวมถึงประเภทอาหารที่สามารถกินคู่กับแชมเปญของเราให้อร่อยที่สุดอีกด้วย

IPA เบียร์ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

เบียร์ IPA หรือ Indian Pale Ale เป็นเบียร์หนึ่งชนิดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นเบียร์ที่หลายคนต่างชื่นชอบและหลงรัก แต่เบียร์ชนิดนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมจึงเป็น IPA หรือเบียร์ชนิดนี้มีต้นกำเนิดที่อินเดีย วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน ก่อนจะมาเป็น IPA ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่

6 มิกเซอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับเหล้าวิสกี้

มิกเซอร์ เฟี้ยวๆ ผสมวิสกี้ มีตัวไหนน่าสนบ้าง มาดูกัน ก่อนอื่นต้องรู้ว่าวิสกี้เป็นเครื่องดื่มที่ขึ้นชื่อในเรื่องความลึกล้ำของรสชาติ เราสามารถดื่มวิสกี้แบบเพียวได้อย่างสบาย ๆ (หรือที่เรียกว่า ดื่มแบบ Neat) แต่หากลองจับคู่เหล้าวิสกี้กับส่วนผสมอื่น ๆ แล้ว รสชาติใหม่ที่มีความกลมกล่อมกว่าเดิมจะเกิดขึ้น

6 ประโยชน์ ของ เบียร์ อันล้นเหลือ

ประโยชน์ ของ เบียร์ คืออะไรบ้าง เรามักถูกสอนว่า เหล้า ไวน์ เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทนั้นเป็นสิ่งไม่ดีและมีแต่โทษ แต่ส่วนตัวผมมองว่า สิ่งของเหล่านี้ก็เหมือนกับทุกสิ่ง ที่มีได้ทั้งโทษและประโยชน์มากมาย เพียงแต่รู้จักใช้ หรือใช้ในปริมาณที่พอดีจะดีที่สุด วันนี้จะมาชวนคุยกันถึงเรื่องเบียร์เป็นหลัก