แชมเปญคืออะไร อะไรคือแชมเปญ

แชมเปญ 3

แชมเปญ มันคืออะไรหนอ หากกล่าวถึงเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในงานปาร์ตี้ หลายคนมักจะนึกถึงไวน์ และ แชมเปญ หลายคนรู้จักไวน์กันอยู่แล้ว แต่หลายคนยังไม่รู้จักแชมเปญ มันเป็นยังไง เหมือนไวน์ขาว หรือสปาร์คกลิ้งไวน์หรือเปล่า วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของประวัติความเป็นมา ประเภทต่าง ๆ รวมถึงประเภทอาหารที่สามารถกินคู่กับแชมเปญของเราให้อร่อยที่สุดอีกด้วย

แชมเปญคืออะไร แล้วมาจากไหน

อันทีจริงแล้ว แชมเปญก็คือสปาร์คกลิ่งไวน์ชนิดหนึ่ง คล้ายกับไวน์ที่มีฟอง ดื่มแล้วจะให้ความรู้สึกสดชื่น แต่สิ่งที่ทำให้แชมเปญมีความแตกต่างจากสปาร์คกลิ้งไวน์คือ แชมเปญจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบ และผลิตในเขตปกครองพิเศษแชมเปญ หรือชองปาญเท่านั้น (สมัยก่อนเป็นแคว้นแชมเปญ) ซึ่งวัตถุดิบ ในที่นี้หมายถึงวัตถุดิบหลักอย่างองุ่นที่ปลูกที่นี่นั้น จะมีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศที่เหมาะสม หรือเร่องของดิน เหล่านี้มีผลต่อรสชาติขององุ่นที่จะนำมาทำทั้งสิ้น ดังนั้นแชมเปญจะต้องมาจากแคว้นแชมเปญเท่านั้น อาจจะกล่าวได้ว่า แชมเปญทุกตัวคือสปาร์คกลิ้งไวน์ แต่สปาร์คกลิ้งไวน์ทุกตัวไม่ใช่แชมเปญ เพียงแค่บางตัวเท่านั้น

ประวัติของเครื่องดื่มชนิดนี้ต้องเล่าย้อนไปในช่วงศตวรรษที่ 5 ในตอนนั้นฝรั่งเศสยังไม่ได้เป็นประเทศ พื้นที่แคว้นแชมเปญในขณะนั้นถูกปกครองโดยชาวโรมัน ซึ่งได้เพราะปลูกองุ่นไว้ที่นี่เพื่อใช้ในการทำไวน์ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีอากาศที่หนาวเย็น เหมะสมกับองุ่น รวมถึงแร่ธาตุในดินค่อนข้างดีทีเดียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ไวน์ของที่นี่มีรสชาติอร่อยและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก

เนื่องจากความหนาวเย็นของที่นี่ ทำให้ในกระบวนการหมักบ่มไวน์นั้นเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้น ไวน์จะมีความซ่า ชาวฝรั่งเศสไม่ชอบ เพราะมองว่าเป็นไวน์ที่เสีย แต่ชาวอังกฤษมองต่างออกไป กลับชอบไวน์แบบนี้ จนในที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 17 ไวน์ชนิดนี้ก็มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงมาก และมักถูกใช้ในการดื่มในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แชมเปญ 2

ประเภทของแชมเปญ

แม้ว่าเราจะเรียกแชมเปญว่าเป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ แต่เรื่องของเครื่องดื่มชนิดนี้มีความละเอียดอ่อนมากกว่านั้น แม้ในเขตแชมเปญก็ยังมีภูมิภาคที่แตกต่างกันถึง 5 ภูมิภาค สูตรการผสมหรือวัตถุดิบก็แตกต่างกันออกไป แชมเปญก็มีรสชาติที่แตกต่างกันแล้ว นอกจากนี้ยังมีการแบ่งแชมเปญออกเป็นประเภทต่าง ๆ ทั้งการแบ่งตามสไตล์ (ตามวัตถุดิบและวิธีการทำ) ตามอายุขององุ่นที่ใช้ และตามระดับความหวาน

การแบ่งตามสไตล์การผลิตแชมเปญนั้นสามารถแบ่งได้ 3 แบบด้วยกัน แบบแรกเรียกว่า Blanc de Blancs ซึ่งจะเป็นการใช้องุ่นขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะใช้องุ่นพันธุ์ Chardonnay แต่ก็จะมีการผสมองุ่นพันธุ์อื่น ๆ แล้วแต่สูตรของแต่ละที่ แบบที่ 2 คือ Blanc de Noirs ซึ่งจะใช้องุ่นแดง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะใช้พันธุ์  Pinot Noir ผสมกับ Pinot Meunier แบบสุดท้ายคือ Rosé คือการนำเปลือกขององุ่นแดงไปแช่ในน้ำองุ่นแดงเพื่อทำให้เกิดสีและรสฝาดของเปลือก เรียกว่า saignée หรือบางทีอาจมีการผสมไวน์แดงลงไปเล็กน้อย เรียกว่าวิธี d’assemblage

การแบ่งตามอายุขององุ่นที่ใช้และเวลาในการบ่ม สามารถแบ่งได้ 3 แบบเช่นกัน ได้แก่ Vintage Champagne จะใช้องุ่นที่ทำการเก็บเกี่ยวภายในปีเดียวเท่านั้น และใช้เวลาบ่มอย่างน้อยเป็นเวลา 3 ปี องุ่นของแต่ละปีจะมีรสชาติที่แตกต่างกัน ขึ้นกับปัจจัยหลากหลายมากมาย แบบที่ 2 เรียกว่า Non-vintage Champagne ซึ่งเป็นการใช้องุ่นจากหลาย ๆ ปีมาผสมกันตามสูตรของแต่ละเจ้า ใช้เวลาหมักน้อยกว่าแบบแรก ไม่เกิน 15 เดือน แบบสุดท้ายเรียกว่า Cuvée de prestige ตัวนี้จะมีราคาแพงที่สุด เป็นแชมเปญที่ได้มาจากการคั้นน้ำองุ่นในน้ำแรก ซึ่งจะมีปริมาณที่น้อยมากในแต่ละปี อาจเป็นแบบ Vintage Champagne หรือ Non-vintage Champagne ก็ได้

แบบสุดท้ายจะเป็นการแบ่งตามระดับความหวาน  ซึ่งแบ่งจากไม่หวานไปหวานมากได้ดังนี้ Brut Nature – Extra Brut – Brut – Extra Dry – Dry (หรือ Sec) – Demi-Sec – Doux การสร้างระดับความหวานของแชมเปญแต่ละขวดนั้นขึ้นอยู่กับการใส่ liqueur de dosage ลงไป (น้ำตาลอ้อยผสมกับไวน์ที่ทำมาจากองุ่นชนิดเดียวกันกับแชมเปญขวดนั้น ๆ)

แชมเปญ

การจับคู่แชมเปญกับอาหารต่าง ๆ

การกื่มแชมเปญคู่กับอาหารนั้น ส่วนใหญ่จะจับคู่กันตามระดับความหวานของแชมเปญต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นกรรมวิธีในการผลิต (บางครั้ง) เพื่อช่วยให้เกิดความสมดุล รสของอาหารจะและแชมเปญจะอร่อยขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

  • แชมเปญที่มีความหวาน อย่างพวก Demi-sec สามารถกินคู่กับของหวาน อย่างป๊อปคอร์น
  • แชมเปญที่ไม่หวาน หรือหวานน้อย เหล่านี้มักมีความสดชื่น และเนื่องจากรสชาติที่ไม่หวาน ดังนั้นจึงเหมาะกับอาหารรสไม่จัดมากนัก อย่างพวกเนื้อไก่ หรือล็อบสเตอร์
  • Blanc de Blancs แชมเปญที่ทำจากองุ่นขาวจะมีกลิ่นหอมสดชื่นเหมาะกับการกินคู่กับอาหารทะเล เพราะความหอมนี้เองจะคอยดับกลิ่นคาวของอาหารทะเลได้ ยังกินคู่กับอาหารพวกชีสหรือเนยได้อีกด้วย
  • แชมเปญ Rose ถือว่าเป็นแชมเปญที่มีความสมดุลที่สุด ดังนั้นจึงสามารถที่จะจับคู่กับอาหารได้มากมายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวกเนื้อปลา เนื้อหมัก ไปจนถึงอาหารหนัก ๆ อย่างพิซซ่า หรืออาหารประเภทแกงของบ้านเราได้อย่างดี

แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในประเภทของสปาร์คกลิ้งไวน์ แต่ก็มีความแตกต่างและรายละเอียดมากมายเลยทีเดียว ว่าแล้วก็อยากหาแชมเปญมาดื่มบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อพิเศษ หรืองานสังสรรค์ การได้เครื่องดื่มดี ๆ สักขวดมาดื่มคู่เป็นอะไรที่พิเศษอย่างยิ่ง

เครดิตภาพ

https://th.wine-now.asia/

https://www.winemag.com/

https://www.goodhousekeeping.com/

บทความที่อาจสนใจ IPA เบียร์ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

สีของเบียร์ กำลังบอกอะไรกับเรา

สีของเบียร์ นั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายสี มีตั้งแต่สีทองอ่อนสวยงามไปจนถึงสีดำสนิท และสีของเบียร์เหล่านี้สามารถบ่งบอกถึงรสชาติและคาแรกเตอร์ของเบียร์นั้นได้ แต่สีต่าง ๆ ของเบียร์ที่มีตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้มสามารถที่จะบอกอะไรกับเราได้อีก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักสีของเบียร์ต่าง ๆ สีของเบียร์ กับมอลต์ที่ใช้ มอลต์เป็นส่วนผสมหลักอย่างหนึ่งของเบียร์ สีของเบียร์ที่ปรากฏจะสามารถบอกถึงมอลต์ที่ใช้ได้ มอลต์ 2

ไวน์ทำอาหาร การใช้ไวน์ประเภทต่าง ๆ ประกอบอาหาร

ไวน์ทำอาหาร มีดีไม่ใช้แค่วงเหล้าเท่านั้น นอกจากไวน์จะเป็นเครื่องดื่มที่เราดื่มกันในการสังสรรค์ เข้าสังคม จรรโลงตนเอง หรือดื่มคู่กับมื้ออาหารแล้ว อีกหนึ่งประโยชน์ของไวน์ก็คือ การใช้ในการทำอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวาน ถึงแม้ว่าเมนูบ้านเราจะไม่มีไวน์มากนัก แต่เมนูฝรั่งนั้นไวน์เป็นวัตถุดิบสำคัญมากเลยทีเดียว อันที่จริงลองดัดแปลงใส่ไวน์ในเมนูอาหารของเราบ้างก็ดูน่าสนใจดี ไวน์ทำให้อาหารหลายอย่างดูมีมิติ และมีรสชาติที่ซับซ้อนหาตัวจับยากมากขึ้น รสชาติอาหารของเราจะดูแพงขึ้นมากเลยทีเดียว

วิธีการดื่มวิสกี้ ให้ซึมซับรสได้ดีที่สุด

วิธีการดื่มวิสกี้ มีอะไรที่ควรรู้ วิสกี้ดี ๆ สักแก้วเหมาะกับวันที่ดีเป็นอย่างมาก หลายคนมีวิธีการดื่มวิสกี้ที่แตกต่างกันออกไป แต่ไหน ๆ แล้ว การได้ดื่มวิสกี้ดี ๆ แล้วได้ซึมซับรสชาติของวิสกี้ตัวนั้น ดึงศักยภาพของเหล้าออกมาได้สูงที่สุดย่อมเป็นความสุขอย่างแท้จริง วันนี้จะมาแนะวิธีดื่มวิสกี้แบบเดิม ๆ

มอลต์ วัตถุดิบสำคัญในการทำเบียร์

มอลต์ เป็นเสมือนวัตถุดิบสำคัญอย่างหนึ่งในการทำเบียร์ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของรสชาติแห่งความลึกลับและซับซ้อนในเบียร์เลยก็ว่าได้ เป็นพื้นฐานของความหวานละมุนและกลิ่นอันชวนฝันที่คุณแสวงหา มอลต์เป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก เมื่อเทียบกับวัตถุดิบในการทำเบียร์อื่น ๆ อย่าง ฮอป และมอลต์เองก็เป็นหนึ่งในสี่วัตถุดิบพื้นฐานในการทำเบียร์ได้แก่ น้ำ ยีสต์ ฮอป และมอลต์นั่นเอง แท้จริงแล้ววัตถุดิบชนิดนี้มีความสำคัญต่อเบียร์อย่างมาก หากที่เป็นวงดนตรีก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับเบส